เปิดโบรกเกอร์ Forex และการตั้งค่า Spread

เปิดโบรกเกอร์ Forex และการตั้งค่า Spread และ Swap

เปิดโบรกเกอร์ Forex และการตั้งค่า Spread และ Swap : การซื้อขาย Forex ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้ประกอบการจำนวนมากสนใจที่จะเปิดโบรกเกอร์ Forex ของตนเอง การเปิดโบรกเกอร์ Forex เป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินทุนและความรู้จำนวนมาก ผู้ประกอบการควรศึกษาข้อมูลและเตรียมความพร้อมให้ดีก่อนเริ่มดำเนินธุรกิจ

ค่าใช้จ่ายในการเปิดโบรกเกอร์ Forex

ค่าใช้จ่ายในการเปิดโบรกเกอร์ Forex นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น ประเภทของใบอนุญาต แพลตฟอร์มการซื้อขาย ฟีเจอร์และคุณสมบัติที่ต้องการ และปริมาณลูกค้าที่ต้องการ โดยทั่วไปแล้ว ค่าใช้จ่ายในการเปิดโบรกเกอร์ Forex ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายดังต่อไปนี้

  • ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนบริษัทกับประเทศที่ต้องการ: ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนบริษัทนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ
  • ค่าใช้จ่ายสำหรับเปิดบัญชีธนาคารต่างประเทศ: ค่าใช้จ่ายในการเปิดบัญชีธนาคารต่างประเทศนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละธนาคาร
  • ค่าใช้จ่ายในการขออนุญาตใช้งานแพลตฟอร์มการซื้อขายจาก Software provider: ค่าใช้จ่ายในการขออนุญาตใช้งานแพลตฟอร์มการซื้อขายจาก Software provider นั้นแตกต่างกันไปในแต่ละเจ้า

นอกจากค่าใช้จ่ายหลักๆ เหล่านี้แล้ว บริษัทโบรกเกอร์ Forex ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ต้องพิจารณา เช่น ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาระบบ ค่าใช้จ่ายในการชำระค่าธรรมเนียมต่างๆ ให้กับหน่วยงานกำกับดูแล และค่าใช้จ่ายในการจ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุน

ขั้นตอนในการเปิดโบรกเกอร์ Forex

Process-Broker-Forex

ขั้นตอนในการเปิดโบรกเกอร์ Forex โดยทั่วไปนั้น มีดังนี้

1. ติดต่อผู้ให้บริการ

ขั้นตอนแรก คุณต้องติดต่อผู้ให้บริการรับเปิดโบรกเกอร์ Forex เพื่อแจ้งเรื่องขอเปิดโบรกเกอร์ Forex ผู้ให้บริการส่วนใหญ่จะมีแพลตฟอร์มซื้อขายให้เลือกหลายแพลตฟอร์ม และประเภทโบรกเกอร์ Forex ให้เลือกหลายประเภท คุณสามารถเลือกแพลตฟอร์มและประเภทโบรกเกอร์ Forex ที่ต้องการได้ตามความต้องการ

2. เลือกแพลตฟอร์ม และ ประเภทโบรกเกอร์ Forex ที่ต้องการเปิด

แพลตฟอร์มซื้อขาย Forex ที่นิยมใช้กัน ได้แก่ MetaTrader 4 (MT4) MetaTrader 5 (MT5) และ cTrader คุณสามารถเลือกแพลตฟอร์มซื้อขายที่เหมาะกับความต้องการและทักษะของคุณได้ ประเภทโบรกเกอร์ Forex มี 3 ประเภท ได้แก่ A book, B book, และ Hybrid คุณสามารถเลือกประเภทโบรกเกอร์ Forex ที่เหมาะสมกับกลยุทธ์การเทรดของคุณได้

3. แจ้งรายละเอียดประเภทบัญชี

ประเภทบัญชี Forex ที่นิยมใช้กัน ได้แก่ ประเภทบัญชี Standard ประเภทบัญชี Cent ประเภทบัญชี ECN และประเภทบัญชีอื่นๆ คุณสามารถเลือกประเภทบัญชีที่เหมาะสมกับงบประมาณการเทรดของคุณได้

4. แจ้งรายละเอียดสำหรับเปิดโบรกเกอร์ Forex

นอกจากรายละเอียดข้างต้นแล้ว คุณจะต้องแจ้งรายละเอียดอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับเปิดโบรกเกอร์ Forex ให้กับผู้ให้บริการ เช่น ชื่อสำหรับเปิดโบรกเกอร์ Forex, เงื่อนไขการเทรดต่างๆ, รูปแบบ CRM และแผนการตลาด(แผน IB)

5. เตรียมเอกสารที่ใช้สำหรับ เปิดโบรกเกอร์ Forex

เอกสารที่ใช้สำหรับเปิดโบรกเกอร์ Forex ได้แก่

  • บัตรประชาชน
  • หนังสือเดินทาง(Passport)
  • เอกสารยืนยันที่อยู่
  • หน้าแรกของสมุดบัญชีธนาคาร
  • หรืออื่นๆเพิ่มเติมตามที่ผู้ให้บริการแจ้ง

เมื่อคุณดำเนินการตามขั้นตอนข้างต้นครบถ้วนแล้ว ผู้ให้บริการจะดำเนินการเตรียมลายละเอียดให้คุณ โดยใช้เวลาประมาณ 1-2 วันทำการ คุณจะได้รับอีเมลแจ้งผลการเปิดโบรกเกอร์ Forex ของคุณ

ข้อควรพิจารณาในการเปิดโบรกเกอร์ Forex

ก่อนตัดสินใจเปิดโบรกเกอร์ Forex คุณควรพิจารณาปัจจัยต่างๆ ดังนี้

  • ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับตลาด Forex และระบบเทรด Forex ให้เข้าใจเป็นอย่างดี
  • เลือกผู้ให้บริการรับเปิดโบรกเกอร์ Forex ที่มีชื่อเสียงและน่าเชื่อถือ
  • เลือกแพลตฟอร์มซื้อขายและประเภทโบรกเกอร์ Forex ที่เหมาะกับความต้องการและทักษะของคุณ
  • ศึกษาเงื่อนไขการเทรดของโบรกเกอร์ Forex อื่นๆให้ดีก่อน

การเปิดโบรกเกอร์ Forex ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงทำตามขั้นตอนข้างต้นอย่างถูกต้อง คุณก็สามารถเปิดโบรกเกอร์ Forex ของตนเองได้อย่างรวดเร็ว

รู้หรือไม่โบรกเกอร์ Forex สามารถปรับ Spread และ Swap ได้

เปิดโบรกเกอร์ Forex และการตั้งค่า Spread

ก่อนอื่นเรามาเรียนรู้กันก่อนว่า เปิดโบรกเกอร์ Forex และการตั้งค่า Spread และ Swap คืออะไรมีความสำคัญอย่างไรกับการเทรด

Spreads คือ ค่าส่วนต่างระหว่างราคา Bid และราคา Ask ของคู่เงินที่ใช้ในการเทรด Forex โดยค่า Spreads จะเป็นตัวกำหนดต้นทุนในการเทรด ยิ่ง Spreads ต่ำลง ต้นทุนในการเทรดก็จะยิ่งต่ำลงตามไปด้วย

หลายคนอาจไม่รู้ว่าโบรกเกอร์ Forex สามารถปรับ Spreads ได้ โดยโบรกเกอร์ Forex แต่ละแห่งจะมีนโยบายในการปรับ Spreads ที่แตกต่างกันไป ซึ่งอาจขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น สภาพตลาด ปริมาณการซื้อขาย และการแข่งขันกับโบรกเกอร์รายอื่น

เหตุผลที่โบรกเกอร์ Forex ปรับ Spreads

โบรกเกอร์ Forex ปรับ Spreads มีหลายเหตุผล ดังนี้

  • เพื่อเพิ่มรายได้: โบรกเกอร์ Forex ส่วนใหญ่จะคิดค่าธรรมเนียมจากค่า Spreads ดังนั้น การปรับ Spreads ขึ้นจะช่วยให้โบรกเกอร์ Forex มีรายได้มากขึ้น
  • เพื่อควบคุมความเสี่ยง: โบรกเกอร์ Forex อาจปรับ Spreads ขึ้นเพื่อควบคุมความเสี่ยงจากการเทรดของลูกค้า เช่น หากมีปริมาณการซื้อขายสูง โบรกเกอร์ Forex อาจปรับ Spreads ขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงในการขาดทุน
  • เพื่อแข่งขันกับโบรกเกอร์รายอื่น: โบรกเกอร์ Forex อาจปรับ Spreads ขึ้นหรือลง เพื่อแข่งขันกับโบรกเกอร์รายอื่น
ผลกระทบของการปรับ Spreads ต่อเทรดเดอร์

การปรับ Spreads มีผลต่อเทรดเดอร์ดังนี้

  • ต้นทุนในการเทรดสูงขึ้น: หาก Spreads สูงขึ้น ต้นทุนในการเทรดก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งอาจทำให้เทรดเดอร์ขาดทุนได้
  • โอกาสในการเทรดลดลง: หาก Spreads สูงเกินไป เทรดเดอร์อาจไม่กล้าเทรด เนื่องจากต้นทุนในการเทรดสูงเกินไป

นอกจากนี้ ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ Spreads ของโบรกเกอร์ Forex ต่างๆ เปรียบเทียบกัน เพื่อให้ได้โบรกเกอร์ Forex ที่มี Spreads ต่ำและเหมาะสมกับสไตล์การเทรดของคุณ

Swap คือ ค่าธรรมเนียมที่โบรกเกอร์ Forex เรียกเก็บจากเทรดเดอร์สำหรับการถือครองสถานะข้ามวัน โดยค่า Swap จะแตกต่างกันไปตามประเภทของบัญชี คู่เงิน และระยะเวลาในการถือครองสถานะ

หลายคนอาจไม่รู้ว่าโบรกเกอร์ Forex สามารถปรับ Swap ได้ โดยโบรกเกอร์ Forex แต่ละแห่งจะมีนโยบายในการปรับ Swap ที่แตกต่างกันไป ซึ่งอาจขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น สภาพตลาด ปริมาณการซื้อขาย และการแข่งขันกับโบรกเกอร์รายอื่น

เหตุผลที่โบรกเกอร์ Forex ปรับ Swap

โบรกเกอร์ Forex ปรับ Swap มีหลายเหตุผล ดังนี้

  • เพื่อเพิ่มรายได้: โบรกเกอร์ Forex ส่วนใหญ่จะคิดค่าธรรมเนียมจากค่า Swap ดังนั้น การปรับ Swap ขึ้นจะช่วยให้โบรกเกอร์ Forex มีรายได้มากขึ้น
  • เพื่อควบคุมความเสี่ยง: โบรกเกอร์ Forex อาจปรับ Swap ขึ้นเพื่อควบคุมความเสี่ยงจากการเทรดของลูกค้า เช่น หากมีปริมาณการซื้อขายสูง โบรกเกอร์ Forex อาจปรับ Swap ขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงในการขาดทุน
  • เพื่อแข่งขันกับโบรกเกอร์รายอื่น: โบรกเกอร์ Forex อาจปรับ Swap ขึ้นหรือลง เพื่อแข่งขันกับโบรกเกอร์รายอื่น
ผลกระทบของการปรับ Swap ต่อเทรดเดอร์

การปรับ Swap มีผลต่อเทรดเดอร์ดังนี้

  • ต้นทุนในการเทรดสูงขึ้น: หาก Swap สูงขึ้น ต้นทุนในการเทรดก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งอาจทำให้เทรดเดอร์ขาดทุนได้
  • โอกาสในการเทรดลดลง: หาก Swap สูงเกินไป เทรดเดอร์อาจไม่กล้าเทรด เนื่องจากต้นทุนในการเทรดสูงเกินไป

นอกจากนี้ ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ Swap ของโบรกเกอร์ Forex ต่างๆ เปรียบเทียบกัน เพื่อให้ได้โบรกเกอร์ Forex ที่มี Swap ต่ำและเหมาะสมกับสไตล์การเทรดของคุณ

ความแตกต่างระหว่าง Spreads และ Swap

Spreads และ Swap ต่างก็เป็นค่าธรรมเนียมที่โบรกเกอร์ Forex เรียกเก็บจากเทรดเดอร์ แต่มีความแตกต่างดังนี้

  • Spreads คือ ค่าส่วนต่างระหว่างราคา Bid และราคา Ask ในขณะที่ Swap คือ ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากการถือครองสถานะข้ามวัน
  • Spreads จะถูกเรียกเก็บทุกครั้งที่มีการเปิดและปิดสถานะ ในขณะที่ Swap จะถูกเรียกเก็บทุกวันในระหว่างที่ถือครองสถานะ
  • Spreads ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น สภาพตลาด และประเภทของบัญชี ในขณะที่ Swap ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น ประเภทของบัญชี คู่เงิน และระยะเวลาในการถือครองสถานะ

ดังนั้น เทรดเดอร์ควรเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Spreads และ Swap ให้ดี เพื่อให้สามารถตัดสินใจเลือกโบรกเกอร์ Forex ได้อย่างเหมาะสม

บทความแนะนำ

Scroll to Top